www.phrachaokrungthon.com

พระราชประวัติ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมหาราช (ฉบับย่อ)

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมหาราช หรือ สมเด็จพระบรมราชาที่ ๔ หรือ สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์ที่ ๘ หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสินกรุงธนบุรี ทรงพระราชสมภพ เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๒๗๗ ตรงกับวันอาทิตย์ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีขาล ฉศก จุลศักราช ๑๐๙๖ เวลาประมาณ ๑๑.๐๐ นาฬิกา ในแผ่นดิน สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ หรือ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์เดียวในสมัย อาณาจักรธนบุรีศรีมหาสมุทร ทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๓๑๐ เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๓๒๕ พระชนมายุ ๔๘ พรรษา รวมสิริดำรงราชสมบัติ ๑๕ ปี พระราชกรณียกิจที่สำคัญในรัชสมัยของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมหาราช คือ การกอบกู้เอกราชจากพม่าภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ ๒ (ปีพุทธศักราช ๒๓๑๐) โดยขับไล่ทหารพม่าออกจากราชอาณาจักรจนหมดสิ้น โดยใช้เวลาเพียง ๗ เดือนเท่านั้น นับจากการเสียกรุงศรีอยุธยา
ทั้งนี้ ยังต้องมารบลาฆ่าฟันกับคนไทยด้วยกันเอง เพื่อรวบรวมแผ่นดินซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของขุนศึกก๊กต่าง ๆ ให้รวมเป็นปึกแผ่นเดียวกัน และได้ขยายพระราชอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงมุ่งมั่นที่จะกอบกู้ฟื้นฟูประเทศในด้านต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติหลังสงคราม ทรงกอบกู้เศรษฐกิจ กอบกู้พระพุทธศาสนา กอบกู้สภาพจิตใจคนไทยให้หายจากความขลาดหวาดกลัวพม่าข้าศึก และอิทธิพลของคนชาติเดียวกัน ให้คนไทยหันมารักสามัคคีกัน สร้างคน สร้างอาชีพ ศิลปะ วัฒนธรรม วรรณกรรม การศึกษา และขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ แม้ว่ารัชสมัยของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมหาราช จะมีระยะเวลาอันสั้นเพียง ๑๕ ปี แต่ก็นับว่ามีความหมาย และมีความสำคัญต่อการดำรงคงอยู่ของชาติไทยเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเป็นยุคสมัยแห่งการตั้งต้นชีวิตใหม่ วางรากฐานบ้านเมืองกันใหม่ อันนำมาซึ่งความเจริญสืบต่อให้เห็นได้ในยุคปัจจุบัน เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระเกียรติคุณของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี รัฐบาลจึงได้ถือเอาวันปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ คือ วันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๓๑๑ เป็นวันที่ระลึกถึง สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เนื่องจากพระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อแผ่นดิน ต่อพระพุทธศาสนา ต่อประชาชนชาวไทยอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะทรงตรากตรำทำสงครามตลอดพระชนม์ชีพ เพื่อกอบกู้เอกราชชาติไทย นอกจากนี้ทางคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้ถวายพระราชสมัญญานามว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อนึ่งคณะรัฐบาล ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนทุกหมู่เหล่า ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณ จึงพร้อมใจกันสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ กลางวงเวียนใหญ่ ถนนประชาธิปก เขตธนบุรี ประดิษฐานอยู่ในลักษณะทรงม้า ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ สู่จังหวัดจันทบุรี (จันทบูร) พระหัตถ์ขวาทรงพระแสงดาบ ส่วนสูงวัดจากพระบาทถึงยอดพระมาลา รวม ๑๔ เมตรเศษ ประกอบด้วยชานชาลาคอนกรีต สูงจากพื้นดินโดยรอบ ๑.๗๐ เมตร เพื่อเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงเป็นผู้สร้างกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร ( ปัจจุบัน คือ เขตธนบุรี เขตบางกอกใหญ่ เขตบางกอกน้อย ฯลฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ดูแลรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร) และเป็นผู้ทรงกอบกู้เอกราชชาติไทย ให้พ้นจากความเป็นทาสพม่าข้าศึกยังความเป็นไทยมาได้สืบถึงปัจจุบัน

***หาอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมหาราช ฉบับสามัญชน เนื่องในวโรกาสครบรอบ ๒๒๙ ปี กับพระราชภารกิจทางโลก