www.phrachaokrungthon.com

สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์วัดหงส์

เมื่อมา ใช้สถานที่ของ วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร จัดงานเปิดตัวเว็บไซต์ www.phrachaokrungthon.com (พระเจ้ากรุงธน) แล้ว จึงขอถือโอกาสนี้ นำเรื่องเล่าขานตามตำนาน สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์วัดหงส์ มาประเดิมคอลัมน์ เรื่องเล่าพระเจ้าตาก เป็นการเอาฤกษ์นำชัยเสียเลย แต่ก่อนจะเข้าสู่เนื้อเรื่อง ขอเล่าประวัติวัดนี้ให้ท่านผู้อ่านได้รู้จักเพื่อเป็นพื้นฐานก่อน วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่บนถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เดิมเรียกกันว่า วัดเจ๊สัวหง สร้างโดยเศรษฐีชาวจีนในสมัยอยุธยา ในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมหาราช หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดนี้มีชื่อว่า วัดหงส์ษาวาสวิหาร ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดหงส์รัตนาราม ในสมัยกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้ทรงรับวัดหงส์ฯไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงสถาปนาพระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และกุฎิ เมื่อทราบประวัติวัดในระดับหนึ่งแล้ว ขอนำเข้าสู่ภาคเนื้อหา สระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์วัดหงส์ บัดเดี๋ยวนี้ ตามตำนานที่เป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน หลวงพ่อรอดหรือหลวงพ่อรอด (เสือ) เจ้าอาวาส วัดประดู่ทรงธรรม (วัดประดู่เก่า) พระนครศรีอยุธยา ท่านเป็นพระเถระที่ยอดเยี่ยมในด้านวิชาอาคม มีชื่อเสียงโด่งดังองค์หนึ่ง และในสมัยของหลวงพ่อรอด (เสือ) นี้เองได้มีเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับวัดหงส์รัตนาราม และเกี่ยวเนื่องกับ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตามตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า ภายในวัดหงส์แห่งนี้ มีสระน้ำเก่าอยู่สระหนึ่ง เรียกว่า สระน้ำมนต์ รูปสระเป็นลักษณะ ๔ เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ ๖ วา ยาวประมาณ ๒๖ วา ลึกประมาณ ๑.๕๐ เมตร ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกตอนส่วนท้ายของวัด นับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อกันว่ามีก้อนหินอาคมอยู่ก้นสระด้วย ตามหลักฐานของ เจ้าคุณพระรัตนมุนี (บาง ธมมรํสี ป.๖) อดีตเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม เล่าว่าครั้งหนึ่งมีพระภิกษุในวัดหงส์รัตนารามรูปหนึ่งไปธุดงค์ และพักอยู่ที่วัดประดู่ทรงธรรม พระนครศรีอยุธยา ได้พบกับพระเถราจารย์ผู้ทรงคุณวิชาองค์หนึ่ง ท่านถามถึงสระน้ำมนต์ดังกล่าวนี้ แล้วฝากหินกายสิทธิ์ลงอาคมแผ่นหนึ่งให้มาใส่ไว้ในสระน้ำ เมื่อ

พระภิกษุรูปนั้นกลับมาถึงวัดหงส์รัตนาราม ได้เล่าให้พระภิกษุสามเณรที่วัดฟัง และเมื่อได้ฟังแล้วทุกคนต่างก็ขอดู เมื่อพระภิกษุรูปนั้น หยิบหินออกจากย่าม หินนั้นก็กลายเป็นหินก้อนใหญ่มหึมา ยกคนเดียวไม่ไหว เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็นยิ่งนัก เมื่อคลายจากภวังค์ พระภิกษุสามเณรจึงได้ช่วยกันยกหินกายสิทธิ์ลงไปใส่ไว้ในสระ ดังเจตนารมณ์ของผู้ฝาก อีกมุมหนึ่งของเรื่องเล่า พระอาจารย์ดี หรือสมเด็จพระสังฆราช (ดี) ซึ่งมาจากวัดประดู่ทรงธรรม ในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กรุงธนบุรี ท่านลงแผ่นหินประกอบพิธี สระน้ำมนต์หลวงพ่อรอด หรือหลวงพ่อรอด (เสือ) เล่าว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จะเสด็จมาสรงน้ำที่นี่ เมื่อมีพิธีสำคัญของแผ่นดิน และสรงน้ำในสระแห่งนี้ก่อนทำศึกสงครามกู้ชาติ เพราะกลางสระน้ำมีหินอาคมศักดิ์สิทธิ์อยู่ ซึ่งมีความเชื่อกันว่าหากผู้ใดมาอาบ หรือดื่มน้ำในสระ เมื่อคารวะ และอธิษฐานจะได้อำนวยผลสัมฤทธิ์ดังคำอธิษฐานทุกประการ แต่ที่วัดหงส์ฯได้จาลึกบนแผ่นหิน ณ ปัจจุบันมีเนื้อความว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงอาราธนา พระอาจารย์ดี วัดประดู่ มาชำระพระศาสนา และประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ลงแผ่นหินในสระน้ำมนต์ กว้าง ๖ วา ยาว ๒๖ วา ลึก ๑ วา แล้วทรงสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๑ โดย สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จมาสรงน้ำที่สระน้ำมนต์ทุกครั้งเมื่อมีพระราชพิธีสำคัญ ในสระมีหินอาคมที่พระภิกษุวัดหงส์รัตนาราม ได้รับมาจากพระเถระจารย์ วัดประดู่ทรงธรรม จังหวัดอยุธยา เมื่อนำออกจากย่ามแล้วโยนลงในสระกลายเป็นหินอาคมขนาดใหญ่ เชื่อว่า สมเด็จพระสังฆราชสุกไก่เถื่อน ได้ฝังอาคมพุทธมนต์หลายประการทั้งสี่ทิศของสระน้ำมนต์ หากผู้ใดได้อาบ ดื่ม น้ำมนต์ในสระของแต่ละทิศจะอำนวยผลให้สัมฤทธิ์ต่างกัน คือ ทิศตะวันออกดีทางเมตตามหานิยม ทิศใต้ดีทางมหาลาภ และค้าขาย ทิศเหนือดีทางบำบัดทุกข์ โศก โรคภัย ทิศตะวันตกดีทางแคล้วคลาดอยู่ยงคงกระพันชาตรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *