www.phrachaokrungthon.com

พลังศรัทธาพระเจ้ากรุงธนบนเกาะเกร็ดยังแรง!

วันอาทิตย์ ตอนสาย ๆ ที่ใครหลาย ๆ คน ต้องการพักผ่อนอยู่กับบ้าน เพราะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงาน ประสบปัญหาการจลาจร มิหนำซ้ำยังต้องเผชิญกับสิ่งสารพันนานารอบตัว มาตลอดทั้งสัปดาห์ ได้หยุดพักเติมพลัง แม้จะเป็นวันเวลาเล็กน้อย แต่ก็ยังให้ชุ่มชื่นหัวใจได้บ้าง บางครอบครัวถือโอกาสวันหยุดนี้ ร่วมกันทำกิจกรรม สังสรรค์ปาร์ตี้ สนุกสนานเฮฮาตามประสาพ่อ แม่ ลูก ท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่าง ๆ อันนี้ก็ว่ากันไปตามอัธยาศัย แต่ในขณะเดียวกัน ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องอาศัยวันหยุดจากงานประจำ มาร่วมกันทำงานถวาย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช หรือ สมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราช เพื่อเทิดพระเกียรติคุณ เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ในฐานะที่พระองค์ทรงเป็นพระผู้กอบกู้เอกราชชาติไทย พวกเราคณะผู้จัดทำเว็บไซต์ www.phrachaokrungthon.com จึงพร้อมใจกันสละความสุขเล็ก ๆ เพื่อประโยชน์สาธารณะที่ยิ่งใหญ่กว่า ชาติแผ่นดิน พระพุทธศาสนา และพี่น้องผองไทย คือภารกิจอันยิ่งใหญ่ ที่พวกเราจักต้องดูแลสืบทอด

งานหลักของพวกเราในวันนี้ คือ การสำรวจ เส้นทางสายอิสรภาพ หรือ เส้นทางกู้ชาติ บนเส้นทางสายน้ำเจ้าพระยา โดยเริ่มจาก เกาะเกร็ด ย้อนลงไปยังฝั่งธนบุรี แม้กาลเวลาล่วงผ่านมาแล้วกว่า ๒๐๐ ปี แต่เรื่องราวของพระมหากษัตริย์ พระองค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย พระองค์หนึ่ง นั่นคือ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช พระราชาหนึ่งเดียว แห่งกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร พระนาม พระมหากรุณาธิคุณ พระอัจฉริยภาพ ของพระองค์ ยังคงงดงาม สถิตย์อยู่ในใจคนไทยสืบลูกต่อหลาน ผ่านเหลนมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะ ชาวไทยเชื้อสายมอญ จีน บน เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

เชื่อว่าหลายท่านคงจะเคยเดินทางลงเรือข้ามน้ำ ไปสัมผัสวิถีชีวิตของพี่น้องชาวเกาะเกร็ดกันมาบ้างแล้ว ณ ที่แห่งนี้ มีเอกลักษณ์ และเรื่องราวดี ๆ ไว้ให้ผู้มาเยือนได้สำเนียกจดจำอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรม และการดำรงชีพ ชาวเกาะเกร็ดยังคงรักษาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้การแต่งกายจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัยแล้วก็ตาม มีอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าประทับใจ คือ รอยยิ้มที่เป็นมิตร ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงน้ำใสใจจริง ความเป็นตัวตนของคนที่นี่ได้เป็นอย่างดี และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง เมื่อเท้าแตะถึงพื้นดินบนเกาะเกร็ด ความรู้สึกแรกที่สัมผัสรับรู้ได้ ผู้คนที่นี่มีความกตัญญูต่อชาติแผ่นดิน และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์มาก ถึงมากที่สุดเลยทีเดียว บ้านเรือนเกือบจะทั้งเกาะก็ว่าได้ ต้องมีพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช หรือ พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย องค์ปัจจุบัน แขวนไว้ที่ผนังบ้าน นอกจากพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงแล้ว มักจะเห็นภาพของหลวงพ่อ หลวงปู่ พระสายปฏิบัติทั้งหลาย แขวนติดผนังบ้านด้วยเช่นกัน แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ไม่น่าเชื่อว่าคนเกาะเกร็ด โดยเฉพาะชาวบ้านละแวกหมู่ที่ ๑ ประชากรกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เทิดทูน และศรัทธาใน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช อย่างมากมาย พระบรมสาทิสลักษณ์ถูกอัญเชิญขึ้นแขวนไว้เหนือหัวทั้งสิ้น เพราะอะไรจึงทำให้ชาวไทยเชื้อสายมอญ จีน บนเกาะเกร็ด ยังคงเชื่อมั่น และศรัทธาพระองค์สืบต่อกันมาล่วงแล้วกว่า ๒๐๐ ปี

พวกเราเดินทางมาถึงเกาะเกร็ด เวลาประมาณเที่ยง ก่อนจะทำการสำรวจเส้นทาง บังเอิญฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า มีแม่ของน้องที่รู้จักกันคนหนึ่ง ท่านเป็นคนเกาะเกร็ด และมีความศรัทธาใน องค์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช อย่างสุดชีวิต! เพื่อไม่ให้เป็นการเสียโอกาส แวะสวัสดีเยี่ยมเยือนเสียคราวเดียวนี่เลย พวกเราจึงรีบโทรศัพท์หาเจ้าถิ่นคนสำคัญทันที ในตอนแรก คุณพริ้ง พร้อมใจภักดิ์ (ชื่อ-สกุลสมมติ) แม่ของน้องคนดังกล่าว ท่านแสดงท่าทางผ่านน้ำเสียง ในลักษณะอิดออด เหมือนไม่อยากให้เราพบเสียอย่างนั้น ต่อเมื่อเราพยายามตื้อ โดยขอรบกวนเวลาไม่มาก เพียงได้เห็นหน้า พูดคุยกันสักน้อยจะพอเป็นไปได้หรือไม่? ท่านก็บอกกับพวกเราว่าไม่มีเวลา นัดกับเพื่อนจะไปซื้อของที่บางลำพู แต่พวกเราหาได้ยอมลดละความตั้งใจ พยายามพูดเพื่อให้ท่านเข้าใจพวกเรา จนในที่สุด ท่านยอมอนุญาตให้พวกเราไปพบที่บ้านได้ โดยการบอกชื่อเสียงเรียงนาม บ้านของท่านอยู่หมู่ที่ ๑ ติดริมแม่น้ำ ปากซอยเป็นบ้านชื่อ “บ้านขนมหวาน” พอวางสายโทรศัพท์ปุ๊บ ไม่รีรอคอยท่า รีบพากันเร่งฝีเท้าตามหาบ้านป้าพริ้ง (ต่อแต่นี้ไป ขออนุญาตเรียก “ป้าพริ้ง”) เป็นการด่วน! ทุกคนเดินหน้าตั้งชนิดว่าไม่สนใจมองสิ่งรอบข้าง หรืออะไรทั้งนั้น พอเดินไปได้สักระยะก็แวะถามชาวบ้านข้างทาง เนื่องจากกลัวเดินเลยเถิด ประเดี๋ยวจะเสียเวลาไปกันใหญ่ เราเดินกันในระยะทางไกลพอสมควร แบบว่าเหงื่อแตกซิกกันเลยทีเดียว และขอบอกว่าแดดในวันนั้นร้อนเหลือเกิน อุปมา ร้อนตับแลบ แต่ถึงจะร้อนอย่างไรก็ตาม พวกเราไม่คิดจะหยุดพัก ด้วยต้องการรักษาเวลา เหตุเพราะป้าพริ้งมีธุระจะรีบไป ในที่สุดพวกเราก็เดินมาถึงบ้านขนมหวาน ถามเจ้าของร้านว่า บ้านป้าพริ้งไปทางไหน? เจ้าของร้านผู้ชายวัยกลางคน มองหน้าพวกเราแว้บหนึ่ง แล้วส่งยิ้มเล็ก ๆ ให้ ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ แต่อาสาเดินนำหน้าพวกเราเข้าไปในซอยเสียอย่างนั้น พอถึงกลางซอยมีผู้หญิงวัยกลางคนกำลังเดินตรงมาที่พวกเรา เสียงผู้หญิงคนดังกล่าวทักทายเสียงดังฟังชัดมาแต่ไกล “มาถึงแล้วเหรอ” พวกเรามองหน้ากันแบบงง ๆ แต่ก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากนัก เพราะได้โทรหาก่อนแล้วว่าจะมาพบ เป็นไปได้ว่าป้าพริ้งคงรอพวกเรากลุ่มเดียว เจอหน้าแปลก ๆ เป็นอันว่าใช่ อะไรประมาณนั้น

ป้าพริ้งพาอาคันตุกะหน้าแปลกเข้าไปในบ้าน บ้านไม้หลังเก่า ๆ ปลูกติดริมน้ำ คลาสสิคน่าอยู่มากเลยทีเดียว ต่อเมื่อเข้าสู่ภายในเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นต้องตะลึง โอ้วคุณพระคุณเจ้า นี่คือ โรงเหล้าของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช หรืออย่างไร? (อดคิดไม่ได้แล้ว) สุราหลากยี่ห้อเต็มไปหมด ฝาบ้านมีพระบรมสาทิสลักษณ์ของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช ขนาดใหญ่เท่ากับฝาบ้าน แบบว่าใหญ่ได้อีกเยอะเลย ยังจะมีพระบรมสาทิสลักษณ์ขนาดต่าง ๆ อีกจำนวนมาก และนอกจากนี้ยังมีรูปหล่อขณะทรงม้า และที่แปลกไปกว่านั้น สุรา หรือ เหล้า จำนวนเยอะมาก ๆ แถมเป็นเหล้าราคาแพง จากต่างประเทศ ยี่ห้อดังอีกต่างหาก ทุกขวดถูกเก็บใส่กล่องไว้อย่างดี หลังจากแนะนำตัวกันพอหอมปากหอมคอ ป้าพริ้งเริ่มไขปริศนาให้พวกเราฟัง “สิ่งที่เห็นอยู่นี้ มีคนเขานำมาถวายปู่ (สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช) ป้าไม่ได้หามาเองเลย ภาพที่เห็น เหล้าที่เห็น มีคนนำมาถวายทั้งนั้น ป้าไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี เรื่องของปู่มีมาตั้งแต่รุ่นปู่ทวด ย่าทวด มาจนถึงป้าพริ้ง ทุกคนในตระกูลศรัทธา และระลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณของท่านมาตามลำดับ ไม่ใช่แค่ตระกูลของป้า คนทั้งเกาะเกร็ดก็นับถือเหมือนกันหมด ทุกคนเกิดมาต่างก็รับรู้ว่าแผ่นดินที่เราได้อยู่อาศัยนี้ พระเจ้าตากสิน และเหล่าทหารกล้า เป็นผู้กอบกู้ และทรงเมตตา พระราชทานที่ดินทำกินให้กับคนจรพัดถิ่น (คนมอญ) ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกเรา ได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข มาจนถึงทุกวันนี้

ในส่วนของตระกูลป้า มีความศรัทธาอย่างมาก ในวันสงกรานต์ ประเพณีคนมอญจะมีการทำบุญ ทรงน้ำพระ ป้า และชาวบ้าน ได้ร่วมใจกันอัญเชิญพระบรมสาทิสลักษณ์ และรูปหล่อ ของปู่แห่ไปตามถนน แล้วอัญเชิญไว้ ณ ลานเอนกประสงค์กลางหมู่บ้าน เพื่อทำบุญเลี้ยงพระ อุทิศบุญกุศลถวายปู่ และสรงน้ำขอพรเป็นประจำทุกปี”

ส่วนข้อสงสัยเรื่องพระบรมสาทิสลักษณ์ และเหล้า ด้วยเหตุอันใดเล่า? คนจึงนำมาถวายที่บ้านป้าพริ้ง ทำไมไม่ไปสักการะ หรือถวาย ตามสถานที่ประดิษฐาน พระบรมราชานุสาวรีย์ หรือศาลของ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช โดยตรง ป้าพริ้งกล่าวว่า “มีบางสิ่งที่ป้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดขึ้นกับป้าได้อย่างไร? หลังจากที่สามีป้าเสียชีวิต เรื่องราวเหลือเชื่อเกิดขึ้นกับป้ามากมาย วันหนึ่งป้าพูดกับญาติ ซึ่งมีบ้านอยู่ติดกับหลังบ้านป้า เขาซื้อมอเตอร์ไซต์ให้ลูกชาย ปากป้าก็ให้พูดไปว่า เออเดี๋ยวก็ไปพร้อมกับมอเตอร์ไซต์นี่แหละเอ็งอ่ะ ไม่ได้กลับบ้านหรอก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพูดอย่างนั้น รู้ตัวนะว่าพูดอะไร แต่มันบังคับตัวเองไม่ได้ ไม่พูดก็ไม่ได้ หลังจากที่พูดออกไป ญาติป้าโกธรมาก ไม่คุยกับป้าเลย คิดดูขนาดหน้ายังไม่อยากจะมอง แถมว่าเหน็บให้ได้ยินอยู่เรื่อย ๆ ป้าก็ได้แต่ทนฟังไปอย่างนั้น กลับคำพูดได้รึ ออกจากไปแล้วก็จบกัน ต่อมาไม่นานนัก หลานชายหายไปพร้อมกับมอเตอร์ไซต์ หากันเท่าไรก็หาไม่เจอ เกาะเกร็ดไม่ได้กว้างอะไรมากมายนัก แต่ต้องใช้เวลาเที่ยวตามหากันข้ามวันข้ามคืน จนวันหนึ่ง มีคนเห็นขาคนโผล่ชี้กลางพงหญ้าข้างทาง อยู่ไม่ไกลบ้านมากนัก ผลปรากฏว่าเป็นศพหลานชายนั่นเอง

หลังจากจัดงานศพเสร็จสิ้นลงแล้ว ญาติก็มาคุยกับป้า ขอโทษขอโพยกันยกใหญ่ ป้าบอกไม่เป็นไร ป้าไม่โกธรหรอก เพราะตัวเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงพูดแบบนั้นออกไป ใครฟังเข้าก็คงต้องโกธรเหมือนกัน เพราะเรื่องเป็นเรื่องตาย จะเอามาพูดเล่น ๆ ไม่ได้ (มุขไม่ฮา พาให้เครียดอีกต่างหาก) ยังมีอีกหลายเรื่องที่ป้าพูดออกไป โดยที่ป้าควบคุมตัวเองไม่ได้ ให้โชคก็มี ให้ทำบุญบ้าง ให้ระมัดระวังเรื่องนั้นเรื่องนี้ คราวนี้พอใครเขาสำเร็จ สมหวัง เขาก็ซื้อเหล้า นำภาพปู่ มาถวายกัน ก็เลยเต็มบ้านไปหมด บางคนไม่รู้ก็หาว่าป้าเป็นร่างทรง ป้าไม่ใช่ร่างทรง ป้าก็เป็นของป้าอย่างนี้ เคยมีคนมาให้ทรงเหมือนกัน ป้าก็ถามว่าทรงอะไร ไม่รู้เรื่อง มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเถอะ ชีวิตป้าทำมาหากิน ล่องเรือขายครกมาแต่ครั้งบรรพบุรุษแล้ว ทุกวันนี้ก็ยังขายอยู่ มีออเดอร์ส่งออกต่างประเทศ ชีวิตเรื่อย ๆ สบาย ๆ ลูก ๓ คน ก็จบปริญญาตรีกันหมดแล้ว ไม่มาหากินกับเรื่องแบบนี้หรอก หากินกับคนมีทุกข์ คนหมดที่พึ่ง ป้าว่าใครทำแบบนี้ได้นับว่าสุด ๆ ไม่ใช่คนแล้ว อยากจะบอกกับทุกคนว่าให้ขยันตั้งใจทำมาหากินในอาชีพที่สุจริต อย่าไปเบียดเบียนใครไม่ว่าทางกาย (การกระทำ) ทางวาจา (คำพูด) หรือทางใจ (ความคิด) ป้าว่าชีวิตอยู่ได้แบบพอเพียงเชียวล่ะ แต่ถ้าหากินโดยการเบียดเบียน ถึงจะมีเงินมากมายมหาศาล หลายหมื่นล้าน ไม่รู้จักคำว่า “พอ” ชีวิตไม่มีความสุข เชื่อเถอะ ตัวอย่างมีแล้ว ทุกคนรู้…ทุกคนเห็น ยิ่งใครทรยศชาติแผ่นดิน อยู่ไม่ได้หรอกแผ่นดินนี้ เพราะปู่ทนทุกข์ยากกอบกู้ชาติ พระศาสนา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา คนไม่ศีลธรรม ไม่มีคุณธรรม เป็นสุขบนแผ่นดินนี้ได้หรือ ชีวิตป้าผ่านอุปสรรคมาได้ถึงทุกวันนี้ เป็นเพราะความกตัญญูนะ โดยเฉพาะกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ต่อชาติแผ่นดิน ที่ให้เราได้พักพิง ป้าสอนลูก ๆ ทุกคน ให้รักชาติ ยึดหมั่นในหลักธรรมคำสอน รักในหลวงให้มาก ๆ และอย่าลืมปู่ เพราะถ้าไม่มีท่านเหล่านี้ ไม่รู้ว่าชีวิตแม่ และลูกจะเป็นอย่างไร เดาไม่ถูกเลยจริง ๆ”

ป้าพริ้งไม่เพียงแต่สอนลูก ๆ ให้เดินตามรอยพ่อหลวง (พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช) ตามรอยปู่ (สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช) เท่านั้น ท่านมีเมตตาแผ่มาถึงพวกเราด้วยเช่นกัน ก่อนจะร่ำลาจากกันในวันนั้น ป้าขอให้พวกเราตั้งใจทำงานถวาย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช ให้สุดกำลังความสามารถ เจออุปสรรค ขออย่าได้ท้อ ให้ตั้งใจทำงานต่อไป แล้วทุกอย่างจะประสบผลสำเร็จแน่นอน! ชีวิตลูก ๆ ทุกคนไม่มีตกต่ำ มีแต่คำว่า “เจริญ” นี่คือบทสรุปปิดท้าย จากนั้นป้าพริ้งได้บอกลาพวกเราด้วยการขอจับมือ และไม่ใช่การจับมือโดยมารยาทที่คนทั่วไปกระทำกัน แต่นี่เป็นการจับมือด้วยคำมั่นสัญญาว่าเราจะไม่ทอดทิ้งกัน “จับมือข้าวต้มมัด” พร้อมกับคำว่า “สวัสดี” พอสิ้นคำ ป้าพริ้งออกอาการกระวีกระวาดลงเรือไปบางลำพู ส่วนพวกเราก็รีบลงเรือเช่นกัน เบี่ยงหน้าสู่จุดหมายปลายทาง คือ กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร (เขตธนบุรี) เพื่อทำงานถวาย สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช สืบต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *